วันนี้อากาศแจ่มใสมาก ไม่ร้อนแดดเหมือนเช่นทุกวันที่ผ่านมาดีเหมือนกันวันนี้ตั้งใจจะไปหาท่าน  
 พระครูปลัดบุญยืน ปุญญพลิเพราะเรา ได้รับข่าวมาจากหนังสือเล่มหนึ่ง  อ่านแล้วรู้สึกทึ่งมากเกี่ยวกับ
 สุนัขตัวหนึ่งซึ่งมี ความรัก ความผูกพันและห่วงใยในตัว ของ “เจ้าสี่ตา” นามของมัน
 เราไปถึงวัดพระราม
9  กาญจนาภิเษก โหคนมาทำบุญกันเยอะมากเลย ต้องนั่งรอท่านอยู่นานกว่า
 ท่านจะเสร็จภารกิจของสงฆ์ระหว่างที่นั่งรอท่านอยู่นั้นรู้สึกเบื่อ ๆเลยเดินเล่นแถวๆวัดเห็นผู้คนมากมาย
 กำลังแบกข้าวของใส่รถบรรทุกคันใหญ่จึงได้ถามไปว่า 
 “ เอาข้าวของต่าง ๆ เยอะแยะมากมายไปบริจากที่ วัดไหนจ๊ะ ”     
 “ไปใต้ครับ ”
 “ไปจังหวัดไหนหรือค่ะ”
 “ ไปจังหวัดปัตตานีวัดช้างให้ครับ ” 
 “อ๋อเหรอ ”

 ตัวเราดีใจจังที่วัดนี้นอกจากมีเรื่องราวดี ๆ ให้ค้นหาแล้วยังมีเปี่ยมไปด้วย น้ำใจไมตรีที่มีต่อชาวใต้ ข้าพเจ้าขอนุโมทนาสาธุ....
สักพักมีคนมาเรียกเราว่าพระครูปลัดบุญยืน ท่านว่างแล้วเราจึงเข้าไปขอท่านถ่ายรูปคู่กับเจ้าสี่ตาจริง ๆอย่างที่ร่ำลือกัน เจ้าสี่ตามันน่ารักและแสนรู้มาก
ซ้ำยังเป็นที่รักของเด็ก ๆ นักเรียนที่ท่านพระครูปลัดบุญยืนท่านไปสอนหนังสือที่
 โรงเรียนพระราม ๙ กาญจนาภิเษกเจ้าสี่ตาก็จะตามไปด้วยทุกครั้ง
โดยจะ ใช้ปากคาบกระเป๋าอุปกรณ์ การเรียน การสอนของพระครูปลัดบุญยืนเจ้าสี่ตาจะวิ่งนำหน้า ท่านพระครูปลัดบุญยืนไปรอที่โรงเรียนเด็ก ๆ
จะเข้ามาทักทายและเล่นกับเจ้าสี่ตาจนกระทั้งท่านเข้าไปสอนหนังสือ ด้วยความประทับใจในความเมตตาของท่านพระครูปลัดบุญยืนที่มีต่อ
เจ้าสี่ตาแม้ว่าจะ ต่างกันทั้งชาติกำเนิด ต่างกันมนุษย์และสัตว์แต่ก็มีความรักความเมตตาปรานีให้กัน ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน
เชื่อว่าทุก ๆท่าน
 ก็อยู่กันอย่างมีความสุขความเจริญตลอดชีวิตจะหาไม่ (ขอกราบขอบพระคุณ พระอาจารย์บุญยืน ปุญญพโลมา ณ.ที่นี้ด้วย )

คนบางคนเกิดมาเป็นคน ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นสัตว์ประเสริฐแล้ว แต่ใจกลับไม่ประเสริฐไปฆ่าฟันแทงคนอื่นราวกับสัตว์ป่า หาความรักดีไม่ได้
ก่อกรรมทำเข็ญ สร้างบาปกรรมชั่วเรื่อยไป ผิดกับหมาบางตัวซึ่งเป็นสัตว์เดรัจฉาแต่กลับคิดสร้างทำความดี ด้วยการเป็นลูกศิษย์พระบิณฑบาตตอนเช้าตรู่
แบบนี้ไม่อายหมาบ้างก็ให้มันรู้ไปไปกันที่วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก อยู่ถนนพระราม 9 ในกรุงเทพฯ แค่นี้เอง เราจะพาท่านไปรู้จักกับ เจ้าสี่ตา
หมาวัดที่รักดี รู้จักสร้างบุญสร้างกรรมดีในชาตินี้ แม้จะเกิดเป็นหมาแล้วก็ตามเจ้าสี่ตามันมักจะตื่นแต่เช้าตรู่ ตั้งแต่ตี 5 เพื่อรีบขึ้นไปบนโบสถ์ ตามพระเณรขึ้นไป
เพื่อทำวัตรเช้า มันจะแอบเข้าไปในโบสถ์เพื่อร่วมฟังเสียงสวดมนต์ทำวัตรเช้าด้วยอาการสงบ ไม่หวั่นไหวใด ๆ กับสิ่งเร้า แม้ว่าพระบางรูปเคยไล่มันออกไปนอกโบสถ์ เพราะเห็นว่าเป็นเขตพัทธสีมาแต่มันก็แอบเข้ามาเองอยู่ดีพอมาระยะหลังเห็นว่ามันชอบมานั่งฟังเสียงสวดมนต์จริงๆ
โดยมักตาม พระครูปลัดบุญยืน ปุญญพโล มาด้วยเสมอ จึงปล่อยให้มันเข้ามานั่งฟังเสียงสวดมนต์ เนื่องจากเห็นพฤติกรรมอันน่าเอ็นดู
และไม่ได้รบกวนพระเณรอย่างใด
 พอสวดมนต์เสร็จ พระเณรลงจากโบสถ์ มันก็ตามลงมา โดยตามพระครูปลัดบุญยืนไปด้วย รีบวิ่งแซงหน้าไปที่กุฏิเพื่อคาบบาตร
มาให้ท่านพระครูซึ่งเตรียมออกบิณฑบาตอย่างรู้งานจากนั้นก็หมอบรอเวลา
 พอท่านพระครูเดินออกจากวัดปุ๊บมันก็จะวิ่งตาม
แล้วตะกายขอหิ้วบาตรแทนโดยใช้ปากของมันคาบสายบาตร จากนั้นวิ่งนำหน้าพระครูไปก่อนล่วงหน้าอย่างชำนาญเส้นทางมันฉลาดขนาดรู้ว่า
วันใด
พระจะไปบิณฑบาตถนนสายไหน รู้แม้กระทั่งทางลัดที่พระใช้เดินลัดเส้นทางเพื่อไม่ให้ญาติโยมรอนาน ระหว่างเส้นทางเดินจะมีหมาตัวอื่นๆ คอยรบกวนสมาธิมัน บางตัวก็วิ่งตามบางตัวก็ขัดขวาง แต่มันก็ไม่สนใจ ไม่วอกแวก ต่อการประกอบคุณความดีแต่อย่างใดพอเห็นญาติโยมรอใส่บาตรปุ๊บ มันจะวิ่งเอาบาตรส่งให้กับท่านพระครูทันที เพื่อให้ท่านบิณฑบาตรับอาหารเช้าที่ยังร้อน ๆอยู่ พอรับประเคนจบ พระก็ส่งบาตรให้เจ้าสี่ตาคาบต่อ
ถ้าหากไม่ส่งบาตรให้มันจะไม่ยอมคอยตะกุยตะกายแย่งจะช่วยคาบบาตรให้ได้ พระท่านจึงยอมให้คาบต่อทั้ง ๆ ที่เกรงว่ามันจะเหนื่อยและหนักแต่มันก็ปฏิบัติภารกิจอันเป็นประโยชน์เช่นนี้ได้นานเป็นชั่วโมง โดยไม่คิดท้อแท้ต่อความยากเหนื่อยแต่อย่างใดไม่เคยปริปากบ่น ไม่อู้งานเหมือนเด็กวัดที่เป็นมนุษย์
พระครูปลัดบุญยืน ปุญญพโล เล่าว่าไปเจอเจ้าสี่ตาลูกหมาตัวเล็ก ๆแรกเกิดในอุโมงค์ดินใต้โบสถ์เมื่อ
2 ปีก่อน แม่ของมันคลอดลูกออกมา3 ตัวแต่มีคนอื่น
เก็บไปเลี้ยงหมด เหลือเจ้าสี่ตาอยู่ตัวเดียวทว่าด้วยความสงสารและเห็นแววความฉลาดของมันจึงเก็บมันมาเลี้ยงดู หากปล่อยทิ้งไว้เกรงว่ามันจะอาจจะตายได้
เพราะใต้ถุนโบสถ์ซึ่งกำลังบูรณะอาจจะทรุดตัว พอโตขึ้นมา มันก็ตามท่านพระครูไปไหนต่อไหนจนเมื่อได้
7 เดือนก่อนมันเริ่มเห็นสัจธรรม อยากประกอบ
คุณความดีด้วยการคาบบาตร ในครั้งแรกท่านไม่ยอม
แต่มันพยายามตะกายแย่งจนได้ จากนั้นก็วิ่งนำหน้าไปก่อนเสมอ และช่วยคาบบาตรแบบนี้เรื่อยมา
โดยที่ท่านไม่ต้องมีลูกศิษย์หรือผู้ช่วยที่เป็นมนุษย์เลย
 แม้จะเห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของเจ้าสี่ตา ทว่าอีกใจหนึ่งก็รู้สึกสงสารเกรงว่ามันจะหนักมาก
จึงต้องเปลี่ยนบาตรที่มีน้ำหนักเบาและใส่อาหารที่ไม่หนักจนเกินไปนอกจากนี้ท่านพระครูยังต้องนำโซ่ติดไปด้วยทุกครั้ง
เวลาออกบิณฑบาตเนื่องจากบางวันรถยนต์วิ่งมาเร็ว กลัวว่าจะชนเจ้าสี่ตาเข้า
  อีกทั้งช่วงบิณฑบาตเป็นช่วงเช้ามืดคนขับรถอาจมองไม่เห็น
จึงเกรงว่ามันจะประสบอุบัติเหตุ จึงต้องล่ามโซ่มันกับต้นไม้ในบางเส้นทางที่รถพลุกพล่าน พอกลับมาเส้นทางเก่า
  จะปล่อยให้มันวิ่งคาบบาตรเหมือนเดิม
โดยที่มันไม่มีอาการงอแงแต่อย่างใด
 นับว่าเจ้าสี่ตาเป็นหมาที่ฉลาดมาก และมีจิตใจอยากทดแทนบุญคุณผู้ที่เคยเลี้ยงดูมันเป็นการตอบแทน 

ขนาดหมายังรู้สำนึกในความกตัญญูแล้วใครที่เป็นคนหากไม่รู้สึกสำนึกผิดชอบชั่วดี ก็น่าจะอายหมาบ้าง (จากหนังสือนิตยสาร * คู่สร้าง คู่สม
* )