. วันมาฆบูชา

๒. วันวิสาขบูชา

๓. วันอาสาฬหบูชา

๔. วันเข้าพรรษา

วันมาฆบูชา   ตรงกับเดือน ๓ ขึ้น ๑๕  ค่ำ ประมาณเดือนกุมภาพันธ์  แต่ถ้าปีไหนมี ๘ สองหน                        วันมาฆบูชาจะเลื่อนไปเป็นเดือน๔ กลางเดือน ประมาณเดือนมีนาคนของทุกปี                                                    วันมาฆบูชา เรียกว่าวันจาตุรงค์สันนิบาต แปลว่าการประชุมพร้อมด้วยองค์ ๔  คือ

๑.  เป็นวันที่ดวงจันทร์เสวยมาฆกฤษ์  ชื่อมาฆะ

๒. พระสงฆ์  1250  องค์ มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

๓. พระสงฆ์ ที่มาประชุมทั้งหมดล้วนบวชด้วยเอหิภิกขุอุปสัมปทา  คือพระพุทธเจ้าบวชให้

๔. พระสงฆ์ทั้งหมดนั้นเป็น พระอรหันต์ ทั้งสิ้น และในที่ประชุมพระสงฆ์นั้น พระพุทธเจ้าทรง          แสดงโอวาทปฎิโมกข์ ได้แก่หัวใจของพระพุทธศาสนาคือการไม่ทำปาบทั้งปวงการบำเพ็ญกุศลการทำจิต              ของตนให้บริสุทธิ์วันวิสาขบูชา ตรงกับเดือน ๖ ขึ้น ๑๕ค่ำ ประมาณเดือนพฤษภาคม  ถ้าปีไหนมี ๘ สองหน    วันวิสาขบูชาจะเลื่อนไปเป็นเดือน

ขึ้น ๑๕ ค่ำ ประมาณเดือนมิถุนายนของทุกปีวันวิสาขบูชา ตรงกับวัน ประสูติ  ตรัสรู้  และปรินิพพาน                ของพระพุทธเจ้าวันอาฬหบูชา ตรงกับเดือน ๘ ขึ้น๑๕  ค่ำ แต่ถ้าปีใดมี ๘ สองหน  วันอาสาฬหบูชา                      ก็จะเลื่อนไปเป็นเดือน ๘ หลังขึ้น๑๕ ค่ำ วันอาสาฬหบูชา  คือวันที่พระพุทธเจ้าเทศนาเป็นกัณห์แรก        โปรดปัญจวัคคีทั้ง  คือ โกญฑัญญะวัปปะ  ภัททิยะ  มหานามะ และ อัสสชิ  จนท่าน โกญฑัญญะ                  ได้ดวงตาเป็นธรรม และขอบวชกับพระพุทธเจ้า  โกญฑัญญะจึงเป็นพระภิกษุสงฆ์องค์แรกในพุทธศาสนา         วันเข้าพรรษา  ตรงกับเดือน ๘ แรม  ๑ ค่ำ แต่ถ้าปีใดมี  สองหน  วันเข้าพรรษาก็จะเลื่อน                                ไปเป็นเดือน ๘  แรม ๑ ค่ำ ประมาณเดือนกรกฎาคม  วันเข้าพรรษา  เป็นวันที่พระภิกษุสงฆ์                                ในแต่ละวัดอธิฐานใจเปล่งวาจาว่าจะไม่ไปค้างแรมที่อื่นระหว่างเข้าพรรษา เพราะเป็นฤดูฝน                                 ไม่สะดวกในการเดินทาง จนกว่าจะถึงวันออกพรรษา..

วัดคืออะไร
วัดเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนา เป็นสถานที่ในการประกอบพิธีการทางศาสนา                           เป็นที่อยู่อาศัยของพระภิกษุ
สามเณร วัดในพระพุทธศาสนาแห่งแรก คือ วัดเวฬุวัน                                                แต่เดิมเป็นป่าไผ่ พระเจ้าพิมพิสารทรงสร้างวัดในบริเวรป่าไผ่นี้เพื่อถวายแด่พระพุทธองค์                     วัดเวฬุวันหรือวัดป่าไผ่ จึงถือเป็นวัดแห่งแรกในพระพุททธศาสนา
ประกอบด้วยโบสถ์ ศาลา วิหาร เจดีย์ หอระฆัง บางแห่งอาจมีเมรุสำหรับณาปนกิจศพอยู่ด้วย                การสร้างวัดเป็นศรัทธาของพระพุทธศาสนิกชน                                                     วัดบางวัดพระมหากษัตริย์ทรงสร้างขึ้น                                                                                                                      เช่น วัดราชโอรส   ส่วนวัดที่ประชาชนช่วยกันสร้างขึ้นมักจะอยู่ในเขตนอกเมือง

 

 

พระพุทธเจ้า                                                                                       เป็นสรณะที่พึ่งได้จริง                                                                      เพราะพระองค์เป็นผู้ชี้บอกทางพ้นทุกข์ พ้นภัย

พระธรรม   เป็นที่พึ่งได้จริง  เพราะรักษาผู้ประพฤติไว้มิให้ตกต่ำ     พระสงฆ์    เป็นที่พึ่งได้จริง  เพราะเป็นผู้ปฏิบัติชอบตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้วสอนให้ผู้อื่นกระทำตาม เริ่มการเจริญสมาธิ  อันดับแรขอให้ท่านที่เจริญสมาธิแต่งกายให้เรียบร้อย                            ตามที่พึงจะมีให้เครื่องแต่งกายธรรมดาที่มีอยู่แล้วแต่จัดแต่ให้เรียบร้อย 

                                            เครื่องบูชา         

เครื่องบูชาพระ ใช้ดอกไม้ ธูปเทียน ตามที่พึงจะหาได้                         ถ้าบังเอิญอย่างใดอย่างหนึ่งหาไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร                                ใช้มือกับใจบูชาด้วยความเคารพจริงก็ใช้ได้

บูชาพระ

เมื่อนั่งเรียบร้อย  แล้วทำใจเคารพในพระพุทธเจ้า                            พระธรรม พระอริยะสงฆ์ให้แน่นอน แล้วกล่าวนมัสการพระพุทธเจ้า  พระธรรม  พระสงฆ์  พระอริยะสงฆ์ดังนี้                                           การกล่าวนี้ ถ้าออกเสียงเบาๆ พอได้ยินจะดีมาก แต่ถ้าไม่มีแรง             ก็ใช้นึกในใจก็ได้มีผลเสมอกัน                                                                        นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ            กล่าวอย่างนี้ 3 หน แล้วแปลเป็นไทยดังนี้                                                ( ควรแปลเพื่อความมั่นใจและรู้เรื่องที่เรากล่าว )                                   ข้าพระเจ้าขอนอบน้อมนมัสการสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า                  ผู้เป็นพระอรหันต์พระองค์นั้น ตลอดชีวิต                                         พุทธธัง สะระณัง คัจฉามิ ข้าฯ ขอถึงพระพุทธเจ้า                           เป็นที่พึ่งธัมมังสะระณัง คัจฉามิ ข้า ฯ ขอถึงพระธรรมคำสั่งสอน    ของพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งตลอดชีวิตสังฆัง สะระณัง คัจฉามิ                 ข้าฯ ขอถึงพระอริยะสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งตลอดชีวิต  ต่อไปนี้เป็นถ้อยคำที่กำหนดไว้ว่าจะรักษาให้มั่นคง                             ไม่ยอมให้ขาดตกบกพร่อง ไม่ต้องว่าภาษาเพราะจะทำให้ฟังแล้วฟุ้งเฟ้อ เอาเพียงคิดในใจกำหนดไว้ว่า เราจะรักษาตลอดไปวันนี้       และคืนนี้ ไม่ให้บกพร่องและทุกๆวันจนกว่าจะตาย

1. เราจะไม่ฆ่าและทรมานคนและสัตว์ให้ตาย                                     หรือให้ได้รับความเดือดร้อนตลอดชีวิต

2. เราจะไม่ลักขโมย  คดโกง หลอกลวง เป็นต้นในทรัพย์สิน              ผู้อื่นเอามาเป็นของเราตลอดชีวิต

3. เราจะไม่ทำชู้ ลูกเมียสามี ภรรยาและคนในปกครองของผู้อื่น      โดยที่เจ้าของไม่อนุญาติตลอดชีวิต  

4. เราจะไม่พูดปดคือวาจาไม่ตรงความจริง ไม่พูดวาจาหยาบคาย     เป็นที่สะเทือนใจของผู้รับฟังไม่ยุหรือนินทาคนอื่น                            ให้เรื่องบาดหมางหรือแตกร้าวกันไม่พูดวาจาเหลวไหลไร้ประโยชน์

5. เราจะไม่ดื่มสุราและเมรัยตลอดชีวิต

6. เราจะไม่คิดอยากได้ทรัพย์ของผู้อื่นเอามาเป็นของตน                  โดยที่เจ้าของไม่ให้ด้วยความเต็มใจตลอดชีวิต

7. เราจะไม่จองเวรจองกรรม ไม่จองล้างจองผลาญ คิดพยาบาท       เพื่อพิฆาตแก้แค้นในบุคคลที่ทำให้เราไม่พอใจแต่ถ้าหนักเกินไป       เราจะอภัยแก่ผู้นั้นตลอดชีวิต

8.  เราจะไม่ผ่าฝืนพระธรรมวินัย มีศีลเป็นต้นตามที่พระพุทธเจ้า    สอนไว้ จะปฎิบัติตามคำสอนนั้นด้วยความเคารพตลอดชีวิตทั้งหมด     นี้จะกล่าวโดยออกเสียงเบาๆ พอได้ยิน หรือจะคิดในใจก็ได้ทั้งสองอย่าง เมื่อนมัสการและปฎิญาณ  ตามนี้แล้วท่านก็สวดมนต์ ต่อตามที่พึงจะสวดได้   หรือจะไม่สวดต่อจะสมาทานพระกรรมฐานเลยก็ได้ ตามใจท่าน   มีผลเสมอถ้าจะสมาทานให้สมาทานดังนี้  ให้ท่านตั้งใจตั้งใจกล่าว มะโนฯลฯ 3จบ แล้วกล่าวดังนี้

อิมาหัง ภะคะวา อัตตะภาวัง ตุมหากัง ปริจัจชามิ 

 

 
1 1