|
วัดช้างให้ หรือวัดราษฎร์บูรณะ
เป็นที่รู้จักกันดีของชาวไทยพุทธทั้งในและต่างประเทศ ตั้งอยูริมทางรถไฟสายหาดใหญ่
-
สุไหงโก-ลก หรือทางรถยนต์
สายปัตตานี
หนองจิก
- นาเกตุ
นาประดู่
ยะลา
ห่างจากตลาดนาประดู่ประมาณ
4
กิโลเมตรและห่างจากตัวเมืองปัตตานี
30
กิโลเมตร
วัดช้างให้ ตั้งอยู่ที่หมู่ที่
2
ตำบลควนโนรี อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี เป็นวัดเก่าแก่ สร้างขึ้นมากกว่า
300
ปีแล้ว
ไม่ทราบชัดว่าใครเป็นผู้สร้าง แต่จากตำนานความเชื่อกล่าวว่า พระยาแก้มดำ
เจ้าเมืองไทยบุรี ต้องการหาชัยภูมิสำหรับสร้างเมืองใหม่ให้กับน้องสาว
จึงได้เสี่ยงอธิษฐาน
ปล่อยช้าออกเดินป่า โดยมีเจ้าเมืองไพร่พลและบริวารออกเดินติดตาม
เวลาล่วงเลยไปหลายวัน จนกระทั่งวันหนึ่ง ช้างเสี่ยงทายได้หยุดอยู่ที่ป่า
พร้อมทั้งเดินวนเวียนแล้วร้องขึ้น
3
ครั้ง
พระยาแก้มดำ ถือเป็นนิมิตหมายอันดี
จึงจะใช้บริเวณดังกล่าวสร้างเมืองแต่น้องสาวไม่ชอบ
จึงให้ช้างออกเดินทางหาทำเลใหม่ พระยาแก้มดำจึงสร้างวัดตรงบริเวณดังกล่าวแทน
แล้วขนานนามว่า
วัดช้างให้
หลังจากที่พระยาแก้มดำได้เดินทางกลับถึงเมืองไทรบุรี
ได้นิมนต์พระภิกษุองค์หนึ่งซึ่งชาวบ้านเรียกว่า
ท่านลังกา
หรือ
สมเด็จพะโคะ
หรือ
หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด
มาเป็นเจ้าอาวาสองค์แรก
ท่านลังกาได้เดินทางธุดงค์ไปมาระหว่างเมืองไทรบุรีกับวัดช้างให้และได้สั่งลูกศิษย์ว่าถ้าท่านมรณภาพขอให้นำศพไปทำการฌาปนกิจ
ณ
วัดช้างให้นี้
เมื่อท่านมรณภาพที่เมืองไทรบุรี ลูกศิษย์ได้หามศพเดินทางหยุดที่ใด
ก็จะปักไม้ไว้
(
ปัจจุบันจึงมีสถูปตามที่ต่างๆ ) เมื่อถึงวัดช้างให้ก็ทำการฌาปนกิจศพ
ลูกศิษย์ก็นำอัฐิส่วนหนึ่งกลับไปเมืองไทรบุรี และส่วนหนึ่งฝังที่วัดช้างให้
โดยปักแก่นไม้เป็นเครื่องหมายไว้
(ขณะนี้ได้บูรณะสร้างเป็นสถูปอยู่ติดกับทางรถไฟ
) มีผู้คนมากราบไหว้บนบานอธิษฐานได้ผลตามความประสงค์
ความศักดิ์สิทธิ์จึงเลื่องลือไปไกล
หลังจากนั้นวัดช้างให้ก็ร้างไปนาน
พ.ศ.2480
พระครูมนูญสมภารเจ้าอาวาสวัดพลานุภาพเจ้าคณะตำบลทุ่งพลาให้พระช่วงมาเป็นเจ้าอาวาส
พระช่วงได้ชักชวนชาวบ้านมาแผ้วถางป่าสร้างกุฎิศาลาการเปรียญหลังคามุงจาก
พร้อมเสนาสนะอื่นๆและได้ลาสิกขาเมื่อปี พ.ศ.2484
พ.ศ. 2484 พระอาจารย์ทิม
ธมมธโร
(
พระครูวิสัยโสภณ )
เป็นเจ้าอาวาสตั้งชื่อตามหลักฐานกรมการศาสนาว่า
วัดราษฎร์บูรณะ
สร้างศาลาการเปรียญใหม่
กุฎี
8
หลังสร้างหอฉัน ( โรงครัว )
สร้างหอระฆัง
สร้างพระเครื่องสมเด็จหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด
พ.ศ.2497 สร้างอุโบสถ
สร้างวิหารประดิษฐานรูปหล่อหลวงพ่อทวด
สร้างสถูปบรรจุอัฐิหลวงพ่อทวด
และพระอาจารย์ทิม
ธมมธโร มรณภาพปี พ.ศ.2512
(
เป็นเจ้าอาวาส
28
ปี )
พ.ศ.2512
พระครูใบฎีกาขาว
เป็นเจ้าอาวาสได้จัดงานพิธียก ฉัตรทองยอดเจดีย์และปรับปรุงสถูปสมเด็จหลวงพ่อทวด
จัดซื้อที่ดินและสร้างอาคารโรงเรียนราชมุนีรังสฤษดิ์
สังกัดกรมสามัยศึกษา
(
เป็นเจ้าอาวาส
9
ปี )
พ.ศ. 2521
พระครูอนุกูลปริยัติกิจ ( สวัสดิ์ อรุโณ )
เป็นเจ้าอาวาสมาจนถึงปัจจุบัน
ได้จัดตั้งมูลนิธิสมเด็จหลวงพ่อทวดและพระครูวิสัยโสภณ ( ทิม ธมมธโร )
วัดช้างให้ ให้ทุนการศึกษาแก่พระภิกษุสามเณร นักเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์
สร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรมและโรงเรียนศูนย์พุทธศาสนาวันอาทิตย์ สร้างกุฏิ
สร้างหอประชุมที่พักสงฆ์
สร้างโรง-พยาบาลโคกโพธิ์
เห็นชอบให้เช่าที่ธรณีสงฆ์ จำนวน
50
ไร่เศษ
เป็นที่จัดตั้งศูนย์ฝึกอาชีพวัดช้างให้ สร้างสถานีรถไฟ วัดช้างให้
บริจาคเครื่องมือแพทย์ให้โรงพยาบาลต่างๆ และบริจาคเงิน
สิ่งของอื่นๆแก่ทางราชการ
***
วัดจำนวนมากใน
3
จังหวัดชายแดนภาคใต้ประสบปัญหาค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นสูง
เนื่องจากทหาร-ตำรวจตั้งจุดประจำ ทำเอาค่าน้ำ-ค่าไฟพุ่ง
แต่เงินบริจาคลดลง ขณะที่รายได้หลักจากการทอดกฐินทำท่าแย่เพราะ
50
วัดไม่มีเจ้าภาพจอง ทำให้วัดมีรายจ่ายมากขึ้น
เช่นเดียวกันเมื่อเกิดปัญหาความไม่สงบใน
3
จังหวัดชายแดน แต่หลายวัดก็ไม่มีใครจ่ายให้ ขณะที่พระเองก็ออกบิณฑบาตน้อยลง
และญาติโยม
ก็บริจาคน้อยลง
ทำให้วัดต่างๆในพื้นที่ดังกล่าวเกิดปัญหาค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายได้
ปัญหาเช่นนี้บางที่ประชาชนไม่ค่อยคิดถึง
แต่มักเป็นห่วง
ในเรื่องของอันตรายมากกว่าสำหรับปัญหาพระใน
3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ย้ายออกนอกพื้นที่นั้น
จากสถิติตัวเลขพบว่ายังคงเป็นปกติ
คือไม่ได้ลดลงมากกว่าทุกปี ส่วนที่มีคนบอกว่ามีวัดร้างมากขึ้นนั้น
อาจเป็นการเข้าใจผิดเพราะอาจเป็นสำนักสงฆ์มากกว่าซึ่งชาวบ้านเอง
ก็มักเรียกว่าวัดเหมือนกัน แต่ที่น่าเป็นห่วงคือหลายวัดมีรายได้น้อยลง เช่น
วัดช้างให้ จ.ปัตตานี เคยมีรายได้มากจนเลี้ยงวัดอื่นได้ด้วย
แต่เดี๋ยวนี้แทบไม่มีรายได้เลยเพราะนักท่องเที่ยวหายไป
ซึ่งวัดต้องนำเงินออมมาใช้จนใกล้หมด แถมวัดยังเปิดโรงเรียนสอนธรรมอีกด้วย ***
 |