คุณธรรมแห่งความรักความสามัคคี

สังคหวัตถุ๔ ประการคือ

  1. ทาน  การให้ ยื่นประโยชน์สงเคราะห์ซึ่งกันและกัน
  2. ปิยวาจา  ใช้วาจาเป็นที่รัก
  3. อัตถจริยา  ทำตนให้เป็นประโยชน์กับคนอื่นคือช่วยเหลือการงาน
  4. สมานัตตา  ไม่ถือตัว ไม่ถือตน

ทานัง  แปลว่า  การให้  การยื่นประโยชน์ซึ่งกันและกัน สงเคราะห์ซึ่งกันและกันด้วยวัตถุ  และปัจจัย  เป็นเหตุหนึ่งให้เกิดความรักความสามัคคี                                   ความสามัคคีจะมีขึ้นได้ต้องมีความรัก  การเห็นใจซึ่งกันและกันเป็นเหตุ

อารมณ์ที่ไม่ชอบใจมันเป็นปัจจัยของความสุข หรือ ความทุกข์  ไม่ใช่ความสุข    ทุกข์ตรงไหนล่ะ ถ้าโกรธเขาขึ้นมาแล้วกินไม่ได้นอนไม่หลับ                                คิดไว้เสมอว่าเมื่อไร  กูจะฆ่ามึงให้ได้หนอ เมื่อไรเราจะทำร้ายมันให้ได้               เมื่อไรจะแกล้งให้มันฉิบหายเสียให้ได้  นั่งคิดนอนคิด  คิดมากเท่าไร            อารมณ์ฟุ้งซ่าน ใจก็ไม่เป็นสุขมีแต่ความเร่าร้อน นอนก็เลยไม่หลับ                       เมื่อนอนไม่หลับมันก็กินไม่ได้   แล้วใครตายก่อนล่ะ  คนที่ถูกโกรธตายก่อน     หรือว่าคนที่โกรธตายก่อน  ถ้าบังเอิญคนที่เขาถูกโกรธเขายังไม่รู้                          เขานอนหลับสบาย  กินได้นอนหลับจิตเป็นสุข  เราก็มีแต่อารมณ์กระสับกระส่ายหาความสบายใจไม่ได้  มีแต่ความเร่าร้อน เมื่อนอนไม่หลับกินไม่ได้  ร่างกายมัน  ก็ทรุดโทรมผ่ายผอมลงไปทุกวัน ประสาทก็เริ่มเสื่อม                                                จิตมีกำลังใช้มากเกินไป ประสาททนไม่ไหว                                                           ในที่สุดก็โทรมแล้วก็ตาย  มีประโยชน์ไหม  

 

 

ความต้องการของใจ

 ความต้องการของใจ คือความปรารถนาให้มีใจต้องการที่จะไปจุดเดียว  คือ  พระนิพพาน               เมื่อใจต้องการ นิพพาน จริงจังจิตจะเริ่มสงบไม่ทุรนทุรายมากจิตจะค่อยๆ บรรเทาความรัก             ในระหว่างเพศ  ความโลภ  ความหลง  ความโกรธ  จะค่อยๆ  สลายตัวไปจนถึงไม่เหลืออะไรไว้เลย  จะมีแต่อารมณ์สบายใจเป็นสุข  วางเฉยต่ออารมณ์ที่ทำให้ขัดใจ  และเฉยไม่สนใจ                               ต่อสิ่งที่ทำให้ชอบใจมีอารมณ์ปกติที่เรียกว่า                                                                                          สังขารุเปกขาญาณ เมื่อมาถึงตอนนี้มีหวังไป  นิพพาน  แน่นอน

ทำใจให้มันรู้สึกว่า  สิ่งทั้งหลายเหล่านี้เป็นธรรมดา หรือเมื่ออาการนั้นปรากฏขึ้น  อารมณ์ก็ปกติ      ไม่มีอาการหวั่นไหวใดใด  ทั้งหมด  มีอารมณ์เฉยเฉยไม่กระทบกระทั้งใจ  เป็นอันว่าอย่างนี้         เรียกว่ากันว่า  อุเบกขา หรือโลกธรรม ใดใดมันเกิดขึ้นความมีลาภเกิดขึ้น หรือลาภสลายตัวไป          การไ ด้ยศมายศสลายตัวไปความสุขจาก กามารมณ์โลกีย์วิสัย เกิดขึ้นสุขนั้นสลายไปมีทุกข์มาแทน  ได้รับคำนินทาหรือคำสรรเสริญอาการอย่างนี้เกิดขึ้นกับเราเรามีความเฉยเฉย                                เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น  ถือว่าเป็นธรรมดาของชาวโลกเกิดมาอย่างนี้มันต้องมีกระทบกระทั้ง    ไม่มีใครสามารถจะล่วงพ้นไปได้ อย่างนี้  ถ้าเราถูกนินทาว่าร้าย แทนที่เราจะโกรธ  เรากับสงสาร    คนที่เขาว่าเราเขานินทาเรา เพราะนั่นเขาสร้างศัตรูเพื่อความทุกข์   และก็นั่งคอยดู ว่าคนนินทา         ว่าร้ายเรา  เขาจะหาความสุขอะไรไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเขาคิดทำลายเราประเภทไหน       อาการอย่างนั้นแหละมันจะเข้ากับเขาในไม่ช้า  ที่โบราญท่านกล่าวว่า                                               การตบมือข้างเดียวไม่ดังหรือว่า การถ่มน้ำลายรดฟ้ามันก็ลงหน้าตัวเอง                                  แทนที่จะโกรธ เรากลับสงสารว่าเขาไม่น่าทำอย่างนั้นเลย 

 

 

1