ประโยชน์อะไรบ้างเมื่อความบากบั่นมีอยู่ 
บัณฑิตพึงเว้นบาปในโลกนี้เสีย  เหมือนคนมีจักษุ เว้นเดินทางอันไม่สะดวกเรียบร้อยผู้ไม่สำคัญ
ความหนาว และ ความร้อนให้ยิ่งไปกว่าหญ้าบุรุษ
เมื่อทำกิจ
 ย่อมไม่เสื่อมจากความสุขผู้ใดเกียจคร้าน
 มีความเพียรเลว พึงเป็นอยู่ตั้งร้อยปี แต่ผู้ปรารถนาความเพียรมั่นคง มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียว ประเสริฐกว่าผู้นั้นท่านทั้งหลายต้องทำความเพียรเอง ตถาคตเป็นแต่ผู้บอก ผู้มีปกติเพ่งพินิจดำเนินไปแล้วจักพ้นจากเครื่องผูกของมารอริยมรรคย่อมบริสุทธิ์ 
เมื่อขับไล่ความหลับ ความเกียจคร้าน
ความบิดขี้เกียจ
  ความไม่ยินดี และ ความเมาอาหารนั้นได้ด้วยความเพียรผู้ขยันในหน้าที่การงาน 
 
ไม่ประมาท เข้าใจจัดการงาน เลี้ยงชีวิตพอสมควร  จึงรักษาทรัพย์ที่หามาได้คนมีปัญญา  ถึงเผชิญอยู่กับความทุกข์  ก็ไม่ยอมสิ้นหวังที่จะได้ประสบความสุข
 
พระพุทธเจ้าของเรา



ผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด
  ย่อมตั้งตนได้  ด้วยต้นทุนแม้น้อย เหมือนคนก่อไฟน้อยขึ้น
ฉะนั้นควรทำวันคืนไม่ให้เปล่าจากประโยชน์น้อยหรือมาก
  เพราะวันคืนผ่านบุคคลใดไปชีวิต
ของบุคคลนั้น ย่อมพร่องจากประโยชน์นั้นเตรียมกิจสำหรับอนาคตให้พร้อมไว้ก่อน
 
อย่าให้กิจนั้นบีบคั้นตัว เมื่อถึงเวลาต้องทำเฉพาะหน้าเมื่อได้เพียรพยายามแล้ว
 
ถึงจะตาย ก็ชื่อว่าตายอย่างไม่มีใครติเตียน ไม่ว่าในหมู่ญาติ หมู่เทวดา  หรือว่าพระพรหม
ทั้งหลายสิ่งใดเป็นหน้าที่ กลับทอดทิ้งเสีย ไพล่ไปทำสิ่งที่ไม่ใช่หน้าที่ คนเหล่านั้นมัวประมาทอยู่
ความหมักหมมภายในตัวเขา
ก็พอกพูนยิ่งขึ้นเป็นคนควรหวังเรื่อยไป บัณฑิตไม่ควรท้อแท้
 
เราเห็นประจักษ์มากับตนเอง เราปรารถนาอย่างใด ก็ได้สมตามนั้นผู้ที่ทำการงานลวก ๆ
โดยมิได้พิจารณาใคร่ครวญให้ดี
  เอาแต่รีบร้อนพรวดพราดจะให้เสร็จ  การงานเหล่านั้น 
ก็จะก่อความเดือนร้อนให้ เหมือนตักอาหารผู้ถึงพร้อมด้วยศีล  มีปัญญา มีใจมั่นคงดีแล้ว
ปรารภความเพียร
  ตั้งตนไว้ในธรรม ในกาลทุกเมื่อ ย่อมข้ามโอฆะที่ข้ามได้ยากผู้ถึงพร้อมด้วย
ศีล
  มีปัญญา  มีใจมั่นคงดีแล้วปรารภความเพียร ตั้งตนไว้ในธรรมในกาลทุกเมื่อ 
ย่อมข้ามโอฆะที่ข้ามได้ยากท่านทั้งหลายจงเห็นความเกียจคร้านว่าเป็นภัย
 
และ เห็นการปรารภความเพียรว่าปลอดภัย แล้วปรารภความเพียรเถิด นี้เป็นพุทธานุศาสนี