|
คนบางคนเกิดมาเป็นคน ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นสัตว์ประเสริฐแล้ว
แต่ใจกลับไม่ประเสริฐ ไปฆ่าฟันแทงคนอื่น
ราวกับสัตว์ป่า หาความรักดีไม่ได้ ก่อกรรมทำเข็ญ
สร้างบาปกรรมชั่วเรื่อยไป ผิดกับหมาบางตัวซึ่งเป็นสัตว์เดรัจฉา
แต่กลับคิดสร้างทำความดี
ด้วยการเป็นลูกศิษย์พระบิณฑบาตตอนเช้าตรู่
แบบนี้ไม่อายหมาบ้างก็ให้มันรู้ไป
ไปกันที่วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก อยู่ถนนพระราม 9 ในกรุงเทพฯ
แค่นี้เอง เราจะพาท่านไปรู้จัก
กับ เจ้าสี่ตา หมาวัดที่รักดี
รู้จักสร้างบุญสร้างกรรมดีในชาตินี้ แม้จะเกิดเป็นหมาแล้วก็ตาม
เจ้าสี่ตามันมักจะตื่นแต่เช้าตรู่ ตั้งแต่ตี
5
เพื่อรีบขึ้นไปบนโบสถ์ ตามพระเณรขึ้นไปเพื่อทำวัตรเช้า
มันจะแอบเข้าไปในโบสถ์เพื่อร่วมฟังเสียงสวดมนต์ทำวัตรเช้าด้วยอาการสงบ
ไม่หวั่นไหวใด
ๆ กับสิ่งเร้า แม้ว่าพระบางรูปเคย
ไล่มันออกไปนอกโบสถ์ เพราะเห็นว่าเป็นเขตพัทธสีมาแต่มันก็แอบเข้ามาเองอยู่ดี
พอมาระยะหลังเห็นว่ามันชอบมานั่งฟังเสียงสวดมนต์จริงๆโดยมักตาม
พระครูปลัดบุญยืน ปุญญพโล
มาด้วยเสมอ จึงปล่อยให้มันเข้ามานั่งฟังเสียงสวดมนต์
เนื่องจากเห็นพฤติกรรมอันน่าเอ็นดู
และไม่ได้รบกวนพระเณรอย่างใด
พอสวดมนต์เสร็จ พระเณรลงจากโบสถ์ มันก็ตามลงมา โดยตาม
พระครูปลัดบุญยืนไปด้วย
รีบวิ่งแซงหน้าไปที่กุฏิเพื่อคาบบาตรมาให้ท่านพระครู
ซึ่งเตรียมออกบิณฑบาต
อย่างรู้งาน จากนั้นก็หมอบรอเวลา
พอท่านพระครูเดินออกจากวัดปุ๊บมันก็จะวิ่งตาม
แล้วตะกายขอหิ้วบาตรแทน โดยใช้ปากของมันคาบสายบาตร
จากนั้นวิ่งนำหน้าพระครูไปก่อนล่วงหน้าอย่างชำนาญเส้นทาง
มันฉลาดขนาดรู้ว่า วันใดพระจะไปบิณฑบาตถนนสายไหน
รู้แม้กระทั่งทางลัดที่พระใช้เดินลัด
เส้นทางเพื่อไม่ให้ญาติโยมรอนาน
ระหว่างเส้นทางเดินจะมีหมาตัวอื่น
ๆ
คอยรบกวนสมาธิมัน บางตัวก็วิ่งตาม
บางตัวก็ขัดขวาง แต่มันก็ไม่สนใจ ไม่วอกแวก ต่อการประกอบคุณความดีแต่อย่างใด
พอเห็นญาติโยมรอใส่บาตรปุ๊บ
มันจะวิ่งเอาบาตรส่งให้กับท่านพระครูทันที
เพื่อให้ท่านบิณฑบาตรับอาหารเช้า
ที่ยังร้อน
ๆ
อยู่ พอรับประเคนจบ พระก็ส่งบาตรให้เจ้าสี่ตาคาบต่อ
ถ้าหากไม่ส่งบาตรให้มันจะไม่ยอม
คอยตะกุยตะกายแย่งจะช่วยคาบบาตรให้ได้
พระท่านจึงยอมให้คาบต่อทั้ง
ๆ
ที่เกรงว่ามันจะเหนื่อยและหนัก
แต่มันก็ปฏิบัติภารกิจอันเป็นประโยชน์เช่นนี้ได้นานเป็นชั่วโมง
โดยไม่คิดท้อแท้ต่อความยากเหนื่อยแต่อย่างใด
ไม่เคยปริปากบ่น ไม่อู้งานเหมือนเด็กวัดที่เป็นมนุษย์
พระครูปลัดบุญยืน ปุญญพโล เล่าว่าไปเจอเจ้าสี่ตาลูกหมาตัวเล็ก
ๆ แรกเกิดในอุโมงค์ดินใต้โบสถ์
เมื่อ
2
ปีก่อน แม่ของมันคลอดลูกออกมา
3
ตัว แต่มีคนอื่นเก็บไปเลี้ยงหมด เหลือเจ้าสี่ตาอยู่ตัวเดียว
ทว่าด้วยความสงสารและเห็นแววความฉลาดของมันจึงเก็บมันมาเลี้ยงดู
หากปล่อยทิ้งไว้เกรงว่ามันจะอาจจะ
ตายได้ เพราะใต้ถุนโบสถ์ซึ่งกำลังบูรณะอาจจะทรุดตัว
พอโตขึ้นมา มันก็ตามท่านพระครูไปไหนต่อไหน
จนเมื่อได้
7
เดือนก่อนมันเริ่มเห็นสัจธรรม อยากประกอบคุณความดีด้วยการคาบบาตร
ในครั้งแรกท่านไม่ยอม
แต่มันพยายามตะกายแย่งจนได้ จากนั้นก็วิ่งนำหน้าไปก่อนเสมอ
และช่วยคาบบาตรแบบนี้เรื่อยมา
โดยที่ท่านไม่ต้องมีลูกศิษย์หรือผู้ช่วยที่เป็นมนุษย์เลย
แม้จะเห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของเจ้าสี่ตา ทว่าอีกใจหนึ่ง
ก็รู้สึกสงสารเกรงว่ามันจะหนักมาก
จึงต้องเปลี่ยนบาตรที่มีน้ำหนักเบาและใส่อาหารที่ไม่หนักจนเกินไป
นอกจากนี้ท่านพระครูยังต้องนำโซ่ติดไปด้วยทุกครั้ง
เวลาออกบิณฑบาตเนื่องจากบางวันรถยนต์
วิ่งมาเร็ว กลัวว่าจะชนเจ้าสี่ตาเข้า
อีกทั้งช่วงบิณฑบาตเป็นช่วงเช้ามืดคนขับรถอาจมองไม่เห็น
จึงเกรงว่ามันจะประสบอุบัติเหตุ
จึงต้องล่ามโซ่มันกับต้นไม้ในบางเส้นทางที่รถพลุกพล่าน
พอกลับมาเส้นทางเก่า
จะปล่อยให้มันวิ่งคาบบาตรเหมือนเดิม
โดยที่มันไม่มีอาการงอแงแต่อย่างใด
นับว่าเจ้าสี่ตาเป็นหมาที่ฉลาดมาก และมีจิตใจ
อยากทดแทนบุญคุณผู้ที่เคยเลี้ยงดูมันเป็นการตอบแทน
ขนาดหมายังรู้สำนึกในความกตัญญู
แล้วใครที่เป็นคนหากไม่รู้สึกสำนึกผิดชอบชั่วดี ก็น่าจะอายหมาบ้าง
(จากหนังสือนิตยสาร * คู่สร้าง คู่สม * ) |