กายนี้ตั้งแต่แรกเกิดไม่เคยมีความสะอาดเลย แม้แต่เพียงหลังจากที่พวกเจ้า ชำระล้างร่างกายด้วยสารเคมีที่ คิดค้น
ประดิษฐ์กันมาก็หาได้สะอาดแท้จริงไม่ แม้พวกเจ้าออกจากห้องน้ำมาไม่ถึง
1นาทีมันก็สกปรกแล้ว เพราะอะไรเล่า ?
 เพราะเชื้อราเชื้อโรค แบคทีเรีย ในอากาศก็มากมี พวกเจ้าออกจากห้องน้ำมามันก็เกาะติดตัวเจ้าเสียแล้ว
 
แต่เจ้ามองไม่เห็นมันเท่านั้นเอง อีกอย่างในกายเจ้ามี น้ำเลือดน้ำหนอง มันข้น อาหารเก่า อาหารใหม่ ตับ ไต ไส้พุง 
เจ้าล้วนเป็นของเหม็น คิดดู ลมจากท้องจากทวารหนักก็ดี ออกมาแล้วหอมหรือเหม็นล่ะ มันเหม็นใช่ไหม  
เมื่อมันเหม็นก็พึงพิจารณารู้ได้ว่า ของในร่างกายสกปรกสิ้นดีเมื่อมันสกปรกเจ้ายังจะเอามันอยู่รึ
ถ้าหากพวกเจ้ายัง อยากเอาร่างกายที่
เหม็นสกปรกนี้ เชื่อว่า พวกเจ้า ปรารถนาทุกข์ เข้าใจ หรือ ไม่


เชื่อหรือไม่ ? ว่า คนเรามักชอบไปหาความสุขนอกบ้าน ไปเที่ยวกันไกล ๆ ต่างจังหวัด หรือไปต่างประเทศโน่น
 ขนเงินทองไปให้ชาวต่างประเทศที่เขาส่วนมากก็ร่ำรวยกันอยู่แล้ว แต่เราจนลง แปลกไหม
?....
นัยว่าไปหาความสุข เปิดโลกทรรศน์ให้กว้างขวาง ตักตวงหาความสุขเข้าไว้ก่อนลาโลกนี้ไป แต่ไม่ค่อยรู้กันว่า
 ความจริงแล้ว ความสุขของคุณน่ะ อยู่ในบ้านคุณนี่เอง สามี ภรรยา พ่อ แม่ ลูก หลาน บริวาร คนใกล้ชิดอยู่ทุกวัน ๆ นี่เอง
หลายคนวิ่งไปหาครูบาอาจารย์โน้น อาจารย์นี้ วัดโน้น วัดนี้ แต่หลงลืมพระอรหันต์ในบ้านตัวเอง
 คือ พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ของตนเอง ปล่อยให้ท่านหงอยเหงา ไม่มีแม้เพื่อนคุย นวดเฟ้น ให้คลายเหงา
เฝ้าแต่ตั้งตารอคอยว่าเมื่อไหร่ลูกหลานจะกลับบ้าน มาพูดมาคุยกับท่านบ้างรอว่าเขาจะมีอะไรมาฝากบ้าง อาหารการกิน
 ขนมนมเนย เสื้อผ้าใหม่ๆสวยๆงามๆ บางทีท่านก็ต้องผิดหวัง เพราะไม่มีอะไรติดมือมาฝากท่านเลย น่าสงสาร
และน่าอนาถใจจริง ๆ ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
? เรากำลังหลงทางอะไรกันอยู่หรือเปล่า? ลองสำรวจตนเองกันดูหน่อยก็ดีน