|
เมื่อทอดพระเนตรเห็นคนแก่ คนเจ็บ คนตาย และสมณะตามลำดับ
จึงทรงคิดว่าชีวิตของทุกคน
ต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนั้น
ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้
จึงเกิดแนวความคิดว่าธรรมดาในโลกนี้มีของคู่กันอยู่
เช่น มีร้อนก็ต้องมีเย็น มีทุกข์คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย
ก็ต้องมีที่สุด
ทุกข์ คือ ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย
ทรงเห็นความสุขทางโลกเป็นเพียงมายา
ความสุขในกามคุณเป็นความสุขจอมปลอม
เป็นเพียงภาพมายาที่ ชวนให้หลงว่าเป็นความสุขเท่านั้น
ในความจริงแล้วไม่มีความสุข ไม่มีความเพลิดเพลินใด
ที่ไม่มีความทุกข์เจือปนวิถีทางที่จะพ้นจากความทุกข์ของชีวิตเช่นนี้ได้
หนทางหลุดพ้นจากวัฏสงสาร
จะต้องสละเพศผู้ครองเรือนเป็นสมณะความสุขจอมปลอม
เป็นเพียงภาพมายาที่ชวนหลงไหลแค่นั้นเอง
จึงตัดสินพระทัยทรงออกผนวช
ในวันที่พระราหุลประสูติเล็กน้อย พระองค์ทรง
ม้ากัณฐกะออกผนวช มีนายฉันทะตามเสด็จ
โดยมุ่งตรงไปที่แม่น้ำอโนมานที ทรงตัดพระเกศา
และเปลี่ยนเครื่องทรงเป็นผ้ากาสาวพักตร์
(ผ้าย้อมด้วยรสฝาดแห่งต้นไม้)
ทรงเปลื้องเครื่องทรงมอบให้นายฉันนะนำกลับพระนคร การออกบวช |